[SF] tease me (BaekYeol)

posted on 27 May 2012 22:04 by illabitlatte







“ขอบคุณครับ”

“พ่อไม่ได้สอนหรอว่าเวลารับโทรศัพท์ต้องพูดว่าสวัสดีไม่ใช่ขอบคุณครับน่ะ”


“ไอ้เกรียนแบคฮยอน อย่าคิดว่าเป็นไอดอลโด่งดังแล้วจะใช้คำพูดแบบนี้กับเพื่อนเก่าได้นะ อย่าลืมว่านอกจากคลิปโคฟเวอร์ซีเอ็นบลูแล้วกูยังมีคลิปเด็ดๆของมึงเอาไว้ปล่อยอีกเยอะ… เฮ้ สบถอะไรน่ะ ได้ยินนะเว้ย! ที่กูขอบคุณก็เพราะรู้ว่ามึงโทรมาแจ้งข่าวดีไง ได้ลายเซ็นเจสสิก้านูน่าให้กูแล้วใช่มั้ย? อ่าว เงียบอีก แบคฮยอน แบคฮยอน!”



“จองซิก…”

“ไร ถอนหายใจทำไม”



“คือกูมีปัญหาหว่ะ…”

“หือ ปัญหา ปัญหาอะไรวะ”



“นั่นแหละ”

“อย่าบอกนะ…”

 

 

  “ฮื่อ”

“โดนจับได้?”

 

 

“ไม่ใช่ หนักกว่านั้นอีก”


 

 

 

 

 

“มีอะไรหนักกว่าการโดนเพื่อนในวงจับได้ว่ามึงไม่ชอบผู้หญิงอีกหรอวะ…?”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




บทสนทนาสั้นๆผ่านโทรศัพท์กับเพื่อนเก่าตั้งแต่มัธยมต้นไม่ได้ช่วยให้ปัญหาชีวิตของบยอน แบคฮยอนดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย คิม จองซิกคือเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของแบคฮยอน(ถ้านึกหน้าไม่ออก มันคือคนที่โผล่มาฟีตเจอริ่งกับเขาในคลิปร้องเพลงพรีเดบิวต์อันนั้นแหละ) ที่พูดว่าเป็นคนหนึ่งเพราะแท้จริงแล้วแบคฮยอนยังมีเพื่อนสนิทอีกหลายคน เพื่อนสนิทที่รู้ความลับของเขาและไม่คิดรังเกียจ

 


‘ความลับ’ ที่อุบัติขึ้นเมื่อสองปีที่แล้ว…

 


วันนั้นเป็นวันปิดภาคการศึกษา แบคฮยอนและเพื่อนร่วมชั้นที่เพิ่งจบมัธยมปลายปีสองกันมาหมาดๆต่างพากันเฮโลไปฉลองกันตามธรรมเนียม แน่นอนว่าวัยรุ่นอายุสิบแปดกับแอลกอฮอล์เป็นเรื่องขาดกันไม่ได้ แบคฮยอนจำได้ลางๆว่าตัวเองเมามาก มือข้างนึงถือขวดโซจู ส่วนอีกข้างโอบเอวบางของหญิงสาวร่วมห้องที่คบหาดูใจกันอยู่ไว้อย่างแนบชิด…

 


ลมหายใจร้อนที่รินรดใบหน้า สัมผัสนุ่มนิ่มของเด็กหญิง เสียงหวานกระซิบแผ่วข้างใบหู …ทั้งที่ทุกอย่างควรจะเกิดขึ้นตามอย่างที่มันควรจะเกิด แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

 


แบคฮยอนถูกแฟนสาวบอกเลิกในวันรุ่งขึ้นทำเอาชีวิตสับสนไปพักใหญ่ เมื่อรวบรวมความกล้าไปปรึกษาเหล่าเพื่อนผู้ช่ำชองแล้วก็ได้คำตอบว่าเรื่องอย่างนี้ต้องพิสูจน์ แน่นอนว่าเขาลังเล แต่เมื่อรวบรวมความกล้าได้อีกครั้งแล้ว แบคฮยอนจึงลองคลิกเมาส์เข้าเสิร์ชเอนจิ้น พิมพ์คำที่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะต้องพิมพ์ตลอดชีวิตลูกผู้ชายแมนๆนี้ นั่งดูทั้งภาพและเสียงอยู่เกือบครึ่งค่อนวัน… แล้วก็… นั่นแหละ… แจ๊คพอตแตก… (จริงๆอย่างอื่นก็แตกด้วย แต่เราจะไม่พูดถึงในที่นี้)

 


เมื่อแน่ใจตัวเองแล้ว ความสนิทสนมและความไว้ใจจึงทำให้แบคฮยอนไม่ลังเลที่จะบอกความลับของตนเองกับเพื่อนในกลุ่ม น่าแปลกที่พวกมันไม่มีท่าทีประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ได้แต่พูดขำๆว่ายังไงแบคฮยอนก็ยังเป็นแบคฮยอนคนเดิมของพวกมันตราบที่ไม่ตกหลุมรักไอ้จองซิกเข้าซะก่อน ซึ่งแบคฮยอนเองก็ยังเป็นแบคฮยอนคนเดิมได้มาตลอดเวลาเกือบสองปี  ไม่ตกหลุมรักจองซิก ไม่ตกหลุมรักเพื่อนในกลุ่ม ไม่ตกหลุมรักผู้ชายที่ไหนสักคน ทำให้แบคฮยอนแอบคิดว่าบางทีเขาเองอาจจะชอบผู้หญิงเหมือนปกติก็ได้เพียงแต่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไป เขาจึงเลิกคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา

 


จนกระทั่งวันที่ต้องหอบข้าวหอบของเข้ามาอยู่ที่หอพักเพื่อเตรียมตัวเดบิวท์กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่นี่แหละคือวันที่แบคฮยอนเริ่มคิดว่าความลับของเขาอาจเป็นปัญหาขึ้นมาก็ได้ เหล่าเพื่อนในกลุ่มต่างตบบ่าให้กำลังใจว่าทุกอย่างจะต้องราบรื่น แบคฮยอนก็เป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง(และเป็นผู้ชายที่กากเกรียนไม่เต็มเต็งและหยาบคายเอี้ยๆด้วย-เสริมโดยจองซิกเจ้าเก่า) ไม่ได้เป็นตุ๊ดแต๋วอะไรเสียหน่อย การย้ายไปอยู่กับผู้ชายฝูงใหญ่จะมีปัญหาอะไรถ้าแบคฮยอนไม่แสดงถ้าทีให้ถูกจับได้ว่าตัวเองชอบผู้ชายด้วยกัน

 

และเขาเองก็ค้นพบว่ามันไม่เป็นปัญหาเลยจริงๆ เพื่อนใหม่ทั้งสิบเอ็ดคนต้อนรับแบคฮยอนที่เข้ามาเป็นลำดับท้ายสุดอย่างเป็นมิตร การฝึกหนักเพื่อเตรียมตัวเป็นศิลปินในระยะเวลาอันสั้นทำให้เขาลืมเรื่องไร้สาระนี้ไปแทบทั้งหมด อีกทั้งการสนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายกลุ่มใหม่ที่มีลักษณะและนิสัยหลากหลายต่างจากกลุ่มเพื่อนเดิมๆที่คบกันมานานก็ทำให้แบคฮยอนสังเกตได้ว่าตนเองก็เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเช่นกัน เรื่องเมื่อสองปีก่อนคงเป็นความเข้าใจผิดของเขาเอง

 

  บยอน แบคฮยอนมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้นจนกระทั่ง…   


 

 

 

 

 

 

 



“หมาแบค ยืมโทรศัพท์ฉันใช้อีกแล้วหรอ”

 

เสียงเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นพร้อมเสียงงับประตูปิด ร่างสูงใหญ่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนฟูกตรงข้าม ก่อนที่จะฉกโทรศัพท์จากมือแบคฮยอนไปซ่อนไว้ในปลอกหมอนข้างของตนเองเหมือนเดิม


“บอกแล้วไงว่าถ้าเป็นตอนกลางวันอย่าเอาออกมา พี่จุนมยอนจะโผล่เข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้จริงป่ะ นายก็รู้นี่นาว่าถ้าโดนจับได้ล่ะก็…” หยุดพูดแล้วเอานิ้วชี้ทำท่าปาดคอตัวเองพร้อมทำตาเหลือกและทำปากพะงาบๆ


“ขอโทษ…”


“แหม ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ทำท่าเป็นหมาหงอยอีกแล้ว” ริมฝีปากที่บิดเบี้ยวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง คนตัวสูงหัวเราะในลำคอพลางยื่นมือที่ขนาดใหญ่เกินมนุษย์มนามาขยี้ผมแบคฮยอน “ว่าแต่... ตอนเปิดเครื่องมีแมสเสจเข้ามามั้ย?”


แบคฮยอนพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะนั่งนิ่งมองดูอีกฝ่ายล้วงโทรศัพท์ออกมาจากปลอกหมอนข้างอีกครั้งแล้วกดรัวๆอย่างตื่นเต้น และยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างเดิมทั้งที่เห็นว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายจางหายไปใบหน้า

 

 

“จีเอโกรธฉันอีกแล้ว… ทำไงดีอ่ะ…”

 

 



แบคฮยอนไม่ตอบคำถามเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการคำตอบเพียงแต่ต้องการบ่นให้ฟังเหมือนอย่างเคยเท่านั้น เขาทิ้งตัวลงนอนบนฟูกก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้คนตัวโต ได้แต่ครางอื้ออึงในลำคอกลับไปเท่านั้นเมื่อโดนอีกฝ่ายเอื้อมมือมาเขย่าหัวไหล่จนศีรษะโยกคลอน  


 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ บยอน แบคฮยอน กำลังประสบปัญหาสามอย่าง

 

 

 

 

หนึ่ง เขาต้องเก็บความลับเรื่องที่เพื่อนร่วมห้องแอบใช้โทรศัพท์ทั้งที่บริษัทห้าม

 

 

 

 

สอง เขาต้องเก็บความลับเรื่องที่เพื่อนร่วมห้องแอบคบกับผู้หญิงทั้งที่บริษัทห้าม

 

 

 

 

 

และสาม… 




 

 

 

 

 


 

“มีอะไรหนักกว่าการโดนเพื่อนในวงจับได้ว่ามึงไม่ชอบผู้หญิงอีกหรอวะ…?”

“ก็การที่กูแอบชอบปาร์ค ชานยอลไงเล่าโว้ย!” 

แบคฮยอนไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกแปลกๆในอกข้างซ้ายของตนเองนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่…

อาจเป็นครั้งแรกที่ได้สบตากลมโตนั่น… (ถึงแม้สองนาทีถัดมาเขาจะเปลี่ยนความคิดจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะโดนอีกฝ่ายถลึงตาใส่ด้วยความตื่นเต้นก็ตาม)

หรือจะเป็นตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มๆตะโกนให้กำลังใจมาจากมุมห้องซ้อม เวลาที่แบคฮยอนต้องออกมาโชว์เดี่ยวให้เพื่อนร่วมวงดูระหว่างการฝึก…

หรือไม่แน่ อาจเป็นตอนที่มือใหญ่วางปุลงบนศีรษะพร้อมกับคำพูดฝากเนื้อฝากตัวปนหัวเราะ ในตอนที่พี่ผู้จัดการประกาศว่าเขาทั้งสองคนต้องแชร์ห้องนอนกันจากนี้ไป…

หรือที่เลวร้ายที่สุด ความรู้สึกประหลาดนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกับการที่แบคฮยอนเริ่มรู้สบายตัวเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของชานยอล…

ใช่ อ้อมแขนอันอบอุ่นของชานยอล…

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้(แบคฮยอนจำได้ลางๆว่าก่อนเดบิวต์เสียด้วยซ้ำไปมั้ง) ที่ชานยอลชอบกลิ้งออกจากฟูกตัวเองกลางดึก หมุนตัวสองรอบครึ่งผ่านพื้นไม้เย็นชืดที่เป็นที่ว่างระหว่างฟูกสองผืนแล้วขยับเข้ามาใกล้ตัวเขา และหลังจากนั้นสองวินาที แขนยาวผิดมนุษย์มนาก็จะรวบตัวแบคฮยอนเข้าไปในอ้อมกอด และเมื่อเห็นว่าเขาว่าง่ายไม่ดิ้นหนีแล้ว ลมหายใจของไอ้มนุษย์ยักษ์ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นสม่ำเสมอไปในทันที

อย่า… อย่าคิดว่า บยอน แบคฮยอนคนนี้เป็นผู้ชายใจง่าย… ครั้งแรกที่โดนกอดนี่ท่านแบคฮยอนศิษย์เส้าหลินได้งัดวิชาฝ่าเท้ามหาพรมมาถีบอีกฝ่ายอัดกำแพงไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเหยื่อยังคงหลับคอพับคออ่อนคากำแพงอยู่เหมือนเดิมเลยคิดไปว่าอีกฝ่ายคงแค่ละเมอมากอดเขา แต่หลายคืนถัดมา ชานยอลกลับยังคงละเมอกลิ้งหลุนๆมาลวนลามเขาเหมือนเดิม แบคฮยอนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยได้แต่ทนอึดอัดให้อีกฝ่ายนอนกอดไป …คิดซะว่าแก้หนาวแล้วกัน

แต่คืนนี้กลับไม่เหมือนหลายคืนที่ผ่านมา แบคฮยอนที่ใช้โอกาสวันหยุดครั้งแรกในรอบสามสัปดาห์ไปกับการนอนกินบ้านกินเมืองสะดุ้งตื่นขึ้นตอนเวลาเกือบสองทุ่ม ด้วยความที่ได้นอนหลับเต็มที่มาตั้งแต่บ่ายแก่ๆแล้วเขาจึงเดินงัวเงียออกไปยังห้องโถงภายนอกหมายจะหาอะไรใส่ท้อง แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นกรอบประตูดีเงาร่างใหญ่ก็ปรากฏวูบขึ้นทางซ้ายมือจนแบคฮยอนเกือบตะโกนด่าพ่อใครสักคนออกมา

“แบคฮยอนฮยอง…”

นั่น มีคำลงท้ายแบบนี้ไม่พ้นว่าจะอ้อนอะไรอีกแน่ๆ แบคฮยอนคิดในใจก่อนจะกรอกตาไปมา ความจริงเขาเกิดก่อนชานยอลแค่ไม่กี่เดือนจึงไม่ถือเรื่องอาวุโสนัก ฝ่ายนั้นเองก็เห็นเขาเป็นเพื่อนจึงเล่นหัวเล่นหางกันอย่างไม่เกรงใจ ยกเว้นแต่เวลาต้องการร้องขออะไรเท่านั้นที่ชานยอลจะเห็นว่าเขาเป็นรุ่นพี่ขึ้นมา

“คือ… อยู่ข้างนอกไปก่อนนะ…” มือใหญ่สองข้างเท้ากรอบประตูไว้ไม่ให้แบคฮยอนเดินผ่านไปได้ ใบหน้าลุกลี้ลุกลนเคลื่อนมากระซิบที่ข้างหู “…อยากเคลียร์กับจีเออ่ะ”

แบคฮยอนพยักหน้าแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความก็เข้าใจได้ว่าชานยอลจะแอบใช้โทรศัพท์อีกแล้ว และเขาต้องระเห็จออกมาอยู่นอกห้องเพื่อรักษาสิทธิส่วนบุคคลของเพื่อนร่วมห้องตามเคย…

ฟังดูหล่อมาก แต่ใช่เรื่องเสียเมื่อไหร่ ว่ามั้ย?

ห้องก็ห้องของเขา ชานยอลใช้โทรศัพท์ก็ผิดกฏแล้วยังจะโทรไปคุยกับแฟนสาวที่แอบคบให้ผิดกฏขั้นแอดวานซ์เข้าไปอีก

เขาไม่เคยชอบใจที่ชานยอลทำแบบนี้... แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมเป็นผู้กุมความลับให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา…

แบคฮยอนถอนหายใจอีกครั้งแล้วจึงใช้มือเล็กๆของตัวเองดันแขนมนุษย์ยักษ์ออกไปให้พ้นทาง เขาเดินลงส้นเท้ามาถึงกลางห้องโถงแล้วจึงหันไปเห็นว่าอีกฝ่ายยืนเอามือถูกันเป็นท่าซอรี่ๆวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น รอจนเห็นว่าเขาพยักหน้าให้ส่งๆก่อนจึงยอมปิดประตูห้องไป

“ประสาทเสียป่ะวะ” แบคฮยอนพึมพำ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าใช้อธิบายชานยอลแล้ว …

คำว่าประสาทเสียกับคำว่าน่ารักมันต่างกันแค่เส้นบางๆกั้นเท่านั้นเอง

--------

แบคฮยอนนั่งๆนอนๆเล่นเกมเพลย์สเตชั่นกับจงอินและเซฮุนในห้องโถงกลางไปเรื่อ