[SF] UGLY (Heechul x Kyuhyun ft. WonKyu)
posted on 08 Dec 2011 19:27 by illabitlatte in fictionTitle : UGLY
Author : smeaw
Pairing : Heechul x Kyuhyun (ft. WonKyu)
Rating : NC-17
Author’s Message : ฟิคเรื่องนี้เริ่มพิมพ์ครั้งแรกตอนรู้ข่าวคุณฮีเข้ากรมนะคะ แต่สุดท้ายด้วยเหตุผลร้อยแปดประการทำให้ไม่ได้เขียนต่อ แต่พล๊อตมันทุ้มอยู่ในใจเสมอมา วันนี้เลยหยิบมาปัดฝุ่นเขียนใหม่ ใส่เหตุการณ์คอนสี่เข้าไปเล็กน้อย แค่นั้นแหละ ฮรึก // ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากเพลง UGLY ของ 2NE1 นะคะ กดไปฟัง+อ่านความหมายกันได้ งุงิอุอิ >> http://www.youtube.com/watch?v=_aUh-vcdiXo
“หม่าม๊า ทำไมคูยอนต้องใส่กางเกงอีกแล้ว ทำไมคูยอนไม่ได้ใส่กระโปรงเหมือนพี่อาราบ้าง?”
มือเล็กของ โจ คยูฮยอน กำข้อมือของคุณแม่บ้านที่กำลังแต่งตัวให้ตนเองไว้แน่น ดวงตากลมโตหันไปมองผู้เป็นมารดาอย่างออดอ้อน ริมฝีปากงองุ้มเป็นสัญญาณว่าลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลโจกำลังโดนขัดใจ
“ก็คยูเป็นเด็กผู้ชาย เป็นผู้ชายก็ต้องใส่กางเกงเหมือนคุณพ่อไง คยูไม่อยากหล่อเหมือนคุณพ่อหรอ”
เด็กชายวัยห้าขวบเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ของตัวเองที่กำลังเอียงคอใส่ตุ้มหูตาแป๋ว คุณนายโจอยู่ในชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ถัดจากแม่ก็เป็นพี่สาวในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนที่กำลังนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“คูยอนไม่อยากหล่อ...” โดดลงจากเตียงที่นั่งอยู่แล้วเดินมายืนจังก้าหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ริมฝีปากล่างเชิดขึ้นจนแทบจะปิดริมฝีปากบนได้มิด ก่อนมือทั้งสองข้างจะทิ้งลงข้างตัวพร้อมเสียงตะโกนลั่น “คูยอนอยากสวยเหมือนแม่กับพี่อารา! คูยอนจะใส่กระโปรง!”
สิ้นคำพูดนั้น คุณแม่บ้านวัยกลางคนได้แต่ถอนหายใจแรงๆ ส่วนอารานั่งหัวเราะคิกคัก ผิดกับคุณนายโจที่ค่อยๆหันหลังกลับมาและย่อตัวให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับลูกชายตัวเล็ก
“คยูฮยอนเป็นผู้ชาย คยูฮยอนจะสวยไม่ได้...” มือเรียวสวยจับไหล่ลูกชายแน่น “ตอนนี้อาจยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่ถ้าคยูฮยอนโตอีกนิดแม่จะบอกให้ แต่ยังไงตอนนี้ต้องไปใส่กางเกงก่อน เป็นเด็กดื้อไม่น่ารักเลยนะรู้มั้ย”
น้ำเสียงเด็ดขาดแต่ไม่แข็งกร้าวของมารดาเป็นสิ่งที่ทำให้คยูฮยอนยอมสงบลงได้เสมอ คุณนายโจดุนหลังลูกชายให้เดินกลับไปหาแม่บ้านที่ถือกางเกงรออยู่ เด็กชายตัวเล็กก้าวขาเข้าไปในกางเกงที่ละข้างอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าหวานก้มลงจนคางแทบชิดกับอกพร้อมด้วยไหล่เล็กที่สั่นน้อยๆ อาการดังกล่าวทำให้แม่บ้านที่คอยเป็นห่วงคุณหนูเล็กเสมอถึงกับร้อนใจจนต้องเงยหน้ามองผู้เป็นนายของตน แต่คุณนายโจกลับส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป
โจ อารา มองน้องชายตัวเล็กที่ตอนนี้น้ำตาร่วงเผาะๆลงบนผืนพรมตรงหน้าด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เด็กหญิงเม้มริมฝีปากก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้แล้วเดินไปหาคุณแม่บ้านที่คุกเข่าอยู่ข้างน้องชายของตน
“ป้าลงไปข้างล่างเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยคยูฮยอนแต่งตัวเอง”
รอยยิ้มสดใสถูกส่งให้แม่บ้าน แต่น้ำเสียงเอาแต่ใจที่แฝงอยู่นั้นทำให้หญิงวัยกลางคนยอมถอยตัวออกมาและเดินออกจากห้องไปเงียบๆในที่สุด
“ไม่เป็นไรนะ พี่อาราช่วยเอง” พูดแล้วก็เอื้อมมือไปดึงร่างเล็กสั่นเทาของน้องชายเข้ามาในอ้อมกอด คยูฮยอนฝังแก้มลงบนชุดกระโปรงของพี่สาวพลางสูดจมูกแรงๆ ทำให้ไม่ทันรู้สึกถึงเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กหญิงเลยแม้แต่น้อย
.
.
.
สิบห้านาทีถัดมา
.
.
.
“คุณ... อารากับคยูฮยอนยังแต่งตัวกันไม่เสร็จอีกหรือไง ถ้าออกช้ากว่านี้รถจะติดจนไปไม่ทันงานเลี้ยงแน่ๆ”
ชายหนุ่มวัยกลางคนพูดพลางจัดชุดสูทและเนกไทของตนให้เข้าที่ ตาก็เหลือบมองไปทางบันไดในบ้านสลับกับนาฬิกาข้อมือราคาแพงอย่างร้อนรน ก่อนจะหันไปมองภรรยาจนอีกฝ่ายต้องตะโกนขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อเรียกลูกทั้งสอง
“อารา…! คยูฮยอน...!”
“ขา..........................................................”
แต่เสียงตอบเจื้อยแจ้วนั้นกลับดังมาจากทางนอกบ้านเสียอย่างนั้น ใบหน้าน่ารักของเด็กหญิงอาราโผล่พ้นหน้าต่างรถคันหรูมาโบกมือโบกไม้ให้พ่อและแม่ ถัดเข้าไปข้างในคือเรือนผมสีน้ำตาลทุยๆที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคยูฮยอน
“ปะป๊าหม่ะม๊าเร็วๆสิคะ เดี๋ยวไปไม่ทันงานเลี้ยงอายเขาแย่เลยนะ”
สองสามีภรรยาหันมาสบตากันด้วยความงุนงงว่าลูกทั้งสองไปขึ้นรถตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่ความเร่งรีบทำให้ความสงสัยนั้นถูกลืมไป...
เมื่อเปิดประตูให้ภรรยานั่งประจำที่ข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าตระกูลโจก็รีบขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย รัดเข็มขัด ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกสู่ถนนใหญ่ ...โดยไม่ได้สนใจว่าภรรยาที่หันไปมองเบาะหลังจะหน้าถอดสีไปถึงไหนแล้ว
“โจ อารา… แต่งตัวแบบนี้ให้น้องอีกแล้วนะ...”
.
.
.
มาถึงงานเลี้ยงทันเวลา แต่อารมณ์ของสามีภรรยาตระกูลโจกลับขุ่นมัวจนกู่ไม่กลับ…
สาเหตุก็เนื่องมาจากลูกชายที่เพิ่งปีนลงมาจากรถและกำลังยืนมองพ่อกับแม่ตัวเองตาแป๋วอยู่นั่นเอง...
เด็กชายโจ คยูฮยอนวัยห้าขวบ อยู่ในชุดเสื้อกระโปรงติดกันสีชมพูเรียบๆ มีแต่บริเวณปกเสื้อคอบัวและชายกระโปรงเท่านั้นที่เป็นสีขาว บนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนมีกิ๊บรูปดอกทานตะวันเล็กๆประดับอยู่ สีเหลืองสดของมันรับกับรองเท้าคัชชูสีน้ำตาล(ที่คุณนายโจจำได้ว่าเป็นของอารา)เป็นอย่างดี เมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้อง มือเล็กที่สวมกำไลพลาสติกสีสดใสจึงบิดไปมาอย่างไม่มั่นใจ
“พ่อคะ แม่คะ ดูเหมือนงานจะเริ่มแล้วนะคะ”
คนเป็นพี่สาวคว้ามือน้องชายที่กำลังบิดอยู่แล้วก้าวฉับๆไปยังประตูทางเข้าโรงแรม เด็กหญิงไม่ลืมหันมายิ้มแฉ่งใส่ผู้ปกครองที่ยืนเหวออยู่ เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ครอบครัวโจกำลังสายแล้ว บิดาของตนผู้เป็นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการการศึกษาต้องไม่ยอมเสียเวลากลับไปบ้านเพื่อให้คยูฮยอนเปลี่ยนชุดแน่ๆ
ด้วยความที่ใจเย็นกว่าภรรยา หัวหน้าครอบครัวโจจึงหันไปกระชับมืออีกฝ่ายเบาๆก่อนจะพากันเดินตามลูกบังเกิดเกล้าทั้งสองไป
“เอาน่าคุณ... คยูฮยอนตัวเล็กแค่นั้น หน้าตาก็หวานเหมือนเด็กผู้หญิง งานวันนี้ไม่มีเพื่อนสนิทผมมาสักคน คงไม่มีใครสนใจลูกๆหรอกน่า”
.
.
.
โจ ยองฮวาน คิดผิด
ทันทีที่เข้ามาในงาน ความน่ารักของเด็กทั้งสองคนก็ดึงดูดความสนใจของคนทั้งงานทันที โดยเฉพาะแก้มยุ้ยๆและตาโตๆของคยูฮยอนที่ทำให้เหล่าคุณนายทั้งหลายพากันแวะเวียนมาฟัดแก้ม ‘เด็กหญิงคยูฮยอน’ คนละทีสองที
งานเลี้ยงวันนี้มีผู้ได้รับเชิญมากกว่าที่คิด เนื่องจากเจ้าของงานระบุว่าทุกคนสามารถนำครอบครัวมาด้วยทำให้จำนวนเด็กๆที่ถูกพามางานเลี้ยงครั้งนี้มีไม่น้อยเช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เด็กๆเหล่านั้นก็ปลีกตัวจากพ่อแม่แล้วมารวมตัวกันวิ่งเล่นที่มุมห้องตามธรรมชาติของเด็กที่ชอบอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม
คยูฮยอนที่ถูกชมว่าน่ารักอย่างนู้นอย่างนี้มาทั้งงานได้แต่ยืนยิ้มเงียบๆอยู่คนเดียว ตากลมโตมองตามพี่สาวที่กำลังหัวเราะคิกคักกับเด็กผู้หญิงอีกสองสามคนด้วยความชื่นชม
พี่อาราสวยจัง... คยูฮยอนอยากยิ้มสวยเหมือนพี่อาราบ้าง... แต่ทำไมคุณแม่ต้อง...
“นี่...”
เสียงเรียกจากคนข้างๆทำให้เด็กชายตัวเล็กหลุดออกจากภวังค์ เมื่อหันไปมองก็พบว่าผู้พูดคือเด็กผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่สวมชุดทักซิโด้สำหรับเด็ก คนๆนี้ตัวสูงกว่าคยูฮยอนเกือบคืบ สงสัยจะอยู่ชั้นประถมเท่ากับพี่อาราแล้วแน่ๆ
“ฮะ?” ตอบไปพลางเอียงคอด้วยความสงสัย
“เธอเป็นน้องสาวอาราหรอ”
“ปะ เปล่า...”
“อ่าว เราเห็นเธอเดินเข้างานมากับอารา ...งั้นเธอคงเป็นหลานของคุณน้าโจงั้นสิ?”
“เราเป็นลูกคุณแม่นะ!”
ดวงตากลมโตจ้องหน้าหล่อๆของอีกฝ่ายเขม็ง แก้มเริ่มพองด้วยความไม่พอใจ
“อ่าวๆ ใจเย็นสิ” เด็กชายในชุดทักซิโด้ยกมือสองข้างขึ้นมาตรงหน้า “เธอเป็นลูกคุณน้าโจ แต่ไม่ใช่น้องสาวอารา?”
“ไม่ใช่...”
“...”
“เราเป็นน้องชาย…”
เด็กชายในชุดทักซิโด้เงียบไปสักพักก่อนจะหลุดขำออกมาเสียงดัง
“น้องชาย ฮ่ะๆๆ เธอเนี่ยนะเป็นน้องชาย เด็กผู้ชายที่ไหนเค้าใส่ชุดกระโปรงกัน หา”
คยูฮยอนหันซ้ายหันขวาเลิกลั่กเพราะเด็กๆที่อยู่บริเวณนั้นต่างหันหน้ามาตามเสียงหัวเราะอันดังของเด็กผู้ชายใส่ทักซิโด้ตรงหน้า แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะยังไม่ยอมหยุด
“เราเป็นเด็กผู้ชายจริงๆนะ”
“ไม่เชื่อ”
“แต่...”
“นี่ เธอ เป็นผู้ชายต้องมีจั๊ดโจ๋นะรู้มั้ย ฮ่ะๆๆ เธอมีมั้ยจั๊ดโจ๋หน่ะ”
ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพราะความอาย มือเล็กสองข้างค่อยๆล้วงเข้าไปใต้กระโปรงตนเองแล้วดึงกางเกงในสีขาวลงมาช้าๆ ก่อนจะเลิกกระโปรงสีชมพูขึ้นตรงหน้าอีกคน
“นะ... นี่ไง... เรามีจั๊ดโจ๋นะ...”
ตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเพราะหวังให้เด็กชายลดเสียงลง แต่ปฏิกิริยาของคนตรงหน้ากลับไม่เป็นไปตามคาด เด็กชายในชุดทักซิโด้หวอไปสักพักก่อนจะตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง แล้วจึงชี้มือมาที่คยูฮยอนราวกับว่าต้องการให้คนทั้งงานรับรู้
“เด็กผู้หญิงคนนี้มีจั๊ดโจ๋! ทุกคนดูสิ! ใส่กระโปรงแต่มีจั๊ดโจ๋! ฮ่าๆๆ ประหลาดที่สุด! ทุกคนดูสิ! ฮ่าๆๆ”
และแล้วสายตาทุกคู่บริเวณนั้นก็หันมามองคยูฮยอนเป็นตาเดียว เด็กชายตัวเล็กกัดริมฝีปากอย่างประหม่าเมื่อเสียงหัวเราะเริ่มกระจายไปทั่วหมู่เด็กๆแถวนั้น เมื่อคนนึงหัวเราะ คนข้างๆก็หัวเราะตาม มือเล็กกำชายกระโปรงที่เลิกขึ้นไว้แน่น ก่อนที่เท้าจะเริ่มออกวิ่ง...
คนๆนี้ใจร้าย ใจร้ายที่สุด!
ราวกับว่าคยูฮยอนยังโชคร้ายไม่พอ กางเกงในเนื้อนิ่มที่ยังคงกองอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างเป็นสาเหตุให้เด็กชายตัวเล็กสะดุดล้มลงบนพื้นพรมท่ามกลางสายตานับสิบคู่ แรงเหวี่ยงตอนล้มทำให้กระโปรงสีชมพูถลกขึ้นถึงเอว
...ทำให้ตอนนี้เด็กชายโจ คยูฮยอน กำลังนั่งแหมะอยู่กับพื้น พร้อมกับโชว์จั๊ดโจ๋ให้คนทั้งงานดู…
เด็กชายตัวเล็กไม่สนใจเสียงเรียกของพี่สาวที่ดังขึ้นข้างตัว... ตากลมโตปิดสนิท... ก่อนจะร้องไห้จ้าออกมา...
.
.
.
.
.
เฮือก
โจ คยูฮยอน วัยยี่สิบสามปีสะดุ้งตื่นท่ามกลางความมืด ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาเกือบยี่สิบปียังคงไม่จากเขาไปไหน มือเรียวกระชับเสื้อคลุมที่สวมอยู่เพื่อให้มั่นใจว่าระหว่างที่เขานอนดิ้นเพราะฝันเดิมๆ ชุดนอนที่ใส่อยู่จะไม่หลุดลุ่ยออกมาให้รูมเมทอย่างซองมินฮยองเห็น
ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมห้องกันมา มีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้นที่คยูฮยอนนอนดิ้นจนเสื้อถลกขึ้นมาจนเห็นแผ่นหลังเกือบครึ่ง ถึงแม้ซองมินที่ตื่นมาเห็นจะไม่พูดอะไร แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คยูฮยอนถึงกับต้องหนีไปร้องไห้คนเดียวเงียบๆในห้องน้ำพร้อมยาระงับประสาทอีกสองเม็ด
ใช่แล้ว... โจ คยูฮยอนต้องทนกับ‘โรคร้าย’มานานพอๆกับ‘ฝันร้าย’...
ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น จากเด็กชายคยูฮยอนที่ยิ้มเก่ง ช่างเจรจา ชอบของสวยๆงามๆเหมือนคุณแม่และพี่สาว กลับกลายเป็นเด็กชายคยูฮยอนที่เก็บตัว พูดน้อย ไม่สนใจการแต่งตัวและดูแลตัวเองจนปล่อยให้สิวเขรอะตลอดเวลาที่เป็นวัยรุ่น โชคดีที่อาการกลัวสังคมบรรเทาลงเมื่ออยู่มัธยมปลาย…
ทว่าแม้คยูฮยอนจะยอมเปิดพื้นที่ให้เพื่อนๆและดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ยังมีพื้นที่เดียวที่เด็กหนุ่มยังคงสงวนไว้ไม่ให้ใคร ไม่ว่าพ่อแม่ พี่สาว เพื่อน หรือคนรัก มีโอกาสเห็นก็คือ ...ร่างกายของตัวเอง
คยูฮยอนเกลียดมัน
ถึงจะมีโอกาสได้เดบิวต์เป็นนักร้องไอดอลแล้วก็ตาม แต่อาการนี้ยังคงไม่หายไปไหน ถึงแม้ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ทางบริษัทและเพื่อนร่วมวงต่างรู้ถึงอาการนี้และล้วนเห็นใจคยูฮยอนกันทั้งสิ้น ถึงแม้ซุปเปอร์จูเนียร์จะพลาดโอกาสทำกำไรจากการขายพรีเมียมที่ประกอบด้วยรูปเหล่าสมาชิกถอดเสื้อโชว์เรือนร่างเหมือนอย่างบอยแบนด์วงอื่นแต่ทุกคนก็ยอมเพราะเห็นแก่น้องเล็กของวง และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่องนี้จึงกลายเป็นความเคยชิน โดยเฉพาะสำหรับเหล่าสไตลิสนูน่าที่ไม่ว่าคอนเซปต์จะออกมาเป็นเช่นไร ชุดของคยูฮยอนต้องเป็นชุดที่มิดชิดที่สุดเสมอ
ไม่ว่าใครต่อใครจะเอ่ยชมรูปลักษณ์เขาอย่างไรก็ตาม แต่คยูฮยอนไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านั้น ชายหนุ่มยังคงคิดอยู่เสมอว่าตนเองมีข้อบกพร่อง โจ คยูฮยอนไม่ใช่คนหน้าตาดี คยูฮยอนเกลียดสิวที่แก้ม เกลียดสะโพกที่ใหญ่โตเกินผู้ชาย เกลียด...
.
.
.
เหงื่อที่ออกตามแผ่นหลังทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ร่างโปร่งจึงถัดตัวลงจากเตียงแล้วเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อตรวจดูว่าล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว มือเรียวจึงจับชายเสื้อยืดแล้วถอดมันออกช้าๆ ตามด้วยกางเกงผ้ายืดเนื้อนิ่ม ร่างโปร่งมองร่างเปลือยเปล่าของตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจ
ความจริงแล้วบริษัทเคยออกเงินก้อนโตให้เขาไปรักษากับจิตแพทย์ชื่อดังจนอาการเกือบหายเป็นปกติ แต่ทว่าหลังอุบัติเหตุครั้งนั้น อาการเกลียดรูปร่างหน้าตาตัวเองก็กลับมาอีกเนื่องด้วยรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ทั่วร่างกายของเขา รอยเย็บที่สีข้าง รอยถลอกที่เอว ไหนจะแผลเล็กแผลน้อยที่กระจายอยู่ทั่วหลังเนียนอีก
มือขาวจัดข้างขวาเอื้อมไปแตะไหล่ซ้ายของตนเองช้าๆก่อนจะค่อยๆลูบลงมาถึงข้อศอกแล้วมาหยุดที่รอยเย็บเหนือเอว ถึงแม้อุบัติเหตุครั้งนั้นจะผ่านไปหลายปีแต่มันยังคงทิ้งร่องรอยน่าเกลียดไว้บนตัวเขาอยู่ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่ปลายหางตา
ทำไม... ทำไมต้องเป็นเขา... ทำไมต้องเป็นคยูฮยอนที่ต้องคอยอิจฉารูปร่างหน้าตาของคนอื่นอยู่เสมอ...
.
.
.
“ชุดอะไรวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
เสียงโวยวายดังขึ้นจากฮยอกแจที่มุมห้องหลังจากได้รับชุดมาจากสไตลิสต์ วันนี้เป็นวันถ่ายปกอัลบั้มใหม่ของซุปเปอร์จูเนียร์ทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
“ได้ชุดมิดชิดขนาดนั้นไม่ชอบ อยากโชว์เหมือนไอ้ซีวอนก็บอกมา เดี๋ยวนี้เป็นพวกชอบโชว์อย่างมันแล้วหรอ”
ทงเฮที่มองคนโวยวายอยู่บ่นออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะพยักเพยิดไปทางซีวอนที่เปลือยท่อนบนให้คนเพนท์ร่างกายอยู่ ใบหน้าหวานมองตามทงเฮไปก่อนจะยิ้มตอบกลับไปน้อยๆเมื่อได้รับรอยยิ้มจากคนที่ถูกพาดพิงว่าเป็นพวกชอบโชว์ แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่อยู่บนตักตัวเอง
เสื้อแขนสั้นสีฉูดฉาดกับกางเกงแนบเนื้อ ถึงแม้จะมีเสื้อคลุมให้แต่คยูฮยอนยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี...
“เอาอีกแล้วหรอ” น้ำเสียงที่ถูกกดให้ต่ำมาพร้อมสัมผัสที่ไหล่ข้างหนึ่ง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเจ้าของมือเรียวสวยราวกับผู้หญิงนี่เป็นใคร “เมื่อไหร่จะหายวะไอ้เด็กคนนี้”
ร่างโปร่งไม่ตอบอะไรกลับไป หากแต่ไหล่ที่ลู่ลงกลับทำให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้
“นี่ๆ ที่พูดอย่างนี้ฉันไม่ได้ว่านะ”
คยูฮยอนได้แต่ตอบในใจว่าเขารู้น่า... รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจพูดให้เขาเสียความรู้สึกหรอก คยูฮยอนรู้ดีว่ารุ่นพี่คนนี้จิตใจดีถึงแม้ปากจะคอยจิกกัดคนอื่นอยู่ตลอดเวลาก็ตามทีเถอะ
คิม ฮีชอล ทอดสายตาลงมองคนที่กำลังนั่งหัวลู่หางตกอยู่ตรงหน้า คยูฮยอนเป็นเด็กที่เขาเอ็นดูอีกคนหนึ่ง ฮีชอลรู้ดีถึงอาการที่อีกฝ่ายเป็นอยู่ แต่แทนที่เขาจะรู้สึกสงสารน้องเหมือนคนอื่นๆฮีชอลกลับรู้สึกหงุดหงิด คยูฮยอนคิดไปเองทั้งหมดว่าตนเองหน้าตาไม่ดี รูปร่างใช้ไม่ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น...
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่คยูฮยอนยอมโชว์นั่นนิดนี่หน่อยก็เป็นเพราะคิมฮีชอลเองนี่แหละเป็นคนบังคับ …
พี่รองของวงเป่าลมหายใจออกปากด้วยความหงุดหงิด...
แค่คิดว่าต่อจากนี้... ถ้าเขาไม่อยู่แล้ว...
แต่จู่ๆใบหน้าสวยจะกระตุกยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
.
.
.
“คยูฮยอน”
พูดแล้วก็เขย่าไหล่รุ่นน้องเบาๆ เมื่อใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมามองอย่างสงสัย มือเรียวสวยก็ยื่นออกไปตรงหน้าอีกฝ่าย
“มานี่ จะพาไปเปลี่ยนชุด”
.
.
.
คยูฮยอนยอมเดินตามฮีชอลขึ้นบันไดมายังชั้นสามของสตูดิโอ เนื้อที่อันกว้างขวางทำให้พื้นที่สามชั้นของตึกนี้ถูกใช้เป็นสตูดิโอชั้นละหนึ่งสตูดิโอแยกกันไป ซึ่งภายในหนึ่งชั้นก็จะประกอบไปด้วยห้องถ่ายทำ ห้องพัก ห้องแต่งตัว ห้องน้ำในตัว วันนี้กองถ่ายของซุปเปอร์จูเนียร์เช่าพื้นที่ชั้นหนึ่งเท่านั้นในการถ่ายทำปกอัลบั้ม ทำให้อีกสองชั้นถูกทิ้งว่างไว้อย่างเงียบเชียบ...
“ทำไมเราไม่ไปเปลี่ยนชุดที่ชั้นหนึ่งล่ะครับฮยอง ขึ้นมาถึงนี้ทำไม”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
“เรื่อง…?”
เมื่อเดินมาถึงห้องแต่งตัวบนชั้นสาม ฮีชอลก็จัดการเปิดประตูแล้วผลักรุ่นน้องตัวสูงเข้าไปด้านในแทนการตอบคำถาม เมือเรียวกดล๊อกประตูอย่างแน่นหนาก่อนจะเดินตามหลังรุ่นน้องไปยังกลางห้อง
“จะไปไหน...”
“เปลี่ยนชุดไงครับ” พูดพลางหันหน้าไปมองห้องเปลี่ยนชุดเล็กๆที่ซอยอยู่ด้านในสุดของห้องแต่งตัว
“เปลี่ยนตรงนี้แหละ” ใบหน้าสวยจ้องตาอีกฝ่ายอย่างท้าทาย คยูฮยอนทำท่าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองก่อนจะทวนคำพูดของรุ่นพี่
“เปลี่ยน... ตรงนี้...?”
“อื้อ เปลี่ยนตรงนี้”
“แต่พี่ก็รู้ว่าผม... ไม่ได้…”
“จะอะไรนักหนาฮึคยูฮยอน” ร่างบางเดินเข้าไปหารุ่นน้องจนอีกฝ่ายเดินถอยหลังไปติดผนังห้อง “แล้วเวลาทำกับซีวอนนายทำได้ยังไงล่ะเนี่ย หืม...?”
“ทะ... ทำ... อะไร” คนถูกถามตอบด้วยลมหายใจติดขัดเพราะจมูกโด่งของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหูของตน
“ทำแบบนี้ไง” พูดแล้วก็เคลื่อนริมฝีปากบางของตัวเองไปทาบทับกับริมฝีปากสีแดงสดของรุ่นน้อง มือเรียวคว้าหมับที่ต้นคอเพราะรู้ว่าอีกคนจะต้องผละหนี ฮีชอลเค้นคลึงริมฝีปากรสหวานนั่นอย่างดุดันจนคยูฮยอนยอมเปิดปากให้รุ่นพี่หน้าสวยแทรกลิ้นเข้าไปได้ มือเรียวละจากต้นคออีกฝ่ายแล้วเลื่อนมาปลดกระดุมกางเกงยีนส์รุ่นน้องทันที
“ฮีชอลฮยอง!” โวยวายยังไม่ทันจบคำก็โดนปิดปากด้วยริมฝีปากของรุ่นพี่อีกครั้ง เสื้อผ้าที่หอบอยู่ในอ้อมแขนตกลงกับพื้น ขายาวทั้งสองข้างเลื่อนเข้าหากันเมื่อจู่ๆมือของอีกฝ่ายก็ล้วงผ่านปราการหลายชั้นเข้าไปสัมผัสเนื้อร้อนๆทันที ฮีชอลขยับมือขึ้นลงเร็วๆจนคยูฮยอนแทบยืนไม่อยู่เมื่อถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว นิ้วหัวแม่มือสัมผัสกับจุดที่ร้อนที่สุดแล้วกดน้ำหนักจนรุ่นน้องส่งเสียงคราง
“จะตอบได้หรือยัง” พูดออกมาพลางละริมฝีปากออกจากกลีบเนื้อที่บวมแดงของอีกฝ่ายแล้วลากไล้ไปยังใบหู “ตกลงว่าเวลาทำกับซีวอนนายทำได้ยังไง”
“ฮยอง...” คยูฮยอนหอบหายใจหนักๆเมื่อรุ่นพี่หน้าสวยแลบลิ้นเลียใบหูตนเอง “ฮยองจะทำอะไร...”
“ตอบฉันมาก่อนสิ” มือสองข้างที่บอบบางราวกลับผู้หญิงตอนนี้กำลังช่วยกันดึงกางเกงของอีกฝ่ายลงจากสะโพก ก่อนจะมือข้างหนึ่งจะเคลื่อนไปลูบไล้เนื้อนิ่มอย่างสนุกมือ ในขณะที่อีกข้างวกกลับมาสัมผัสความร้อนที่แข็งขืนขึ้นกว่าเดิม
“ปะ... ปิดไฟ...”
“หืม?”
“เวลา... กับซีวอนฮยอง... ผมปิดไฟ...”
“โถ่เอ้ย ไอ้เด็กคนนี้”
คนเป็นพี่ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วอ้าปากครอบครองความรู้สึกของรุ่นน้องเข้าไปทั้งหมด คยูฮยอนได้แต่ดิ้นไปมาพร้อมด้วยน้ำใสๆที่เริ่มสะสมที่ปลายหางตา หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น... ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปี... ไม่มีใครเคยได้เห็นคยูฮยอนในสภาพนี้มาก่อน...
การจู่โจมที่รวดเร็วของรุ่นพี่ทำให้ร่างโปร่งบิดเร่าเพราะทำอะไรไม่ได้ ฮีชอลใช้ทั้งริมฝีปากและฝ่ามือในการปรนเปรอจนสติคยูฮยอนเริ่มพร่าเลือน
“ซีวอนมันก็ซื่อเนอะ คบกันมาสองปีนี่ยอมรักกันในความมืดมาตลอดเลยหรอ?” ใช้โอกาสที่ละริมฝีปากออกมาเอ่ยถามรุ่นน้องที่กำลังหอบหายใจ ในขณะที่มือยังคงไม่หยุดขยับ “สุภาพบุรุษมาก... รักษาหมอนั่นไว้ดีๆล่ะ...”
คยูฮยอนยังไม่ทันตอบอะไร คนที่คุกเข่าอยู่ก็เร่งจังหวะพร้อมดุนดันลิ้นจนร่างโปร่งทนไม่ไหว มือขาวจัดผลักไหล่รุ่นพี่ออกด้วยแรงทั้งหมดที่ยังเหลือแต่ทว่าไม่ทันการณ์ หลักฐานแห่งอารมณ์ของคยูฮยอนเปรอะเปื้อนทั่วใบหน้าสวยของอีกฝ่าย ฮีชอลยกหลังมือขึ้นปาดบริเวณดวงตาอย่างลวกๆก่อนที่จะยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเดิม
คยูฮยอนใช้มือหนึ่งปาดน้ำตาในขณะที่อีกข้างพยายามดึงกางเกงขึ้นมาปกปิดส่วนน่าอาย สายตาโลมเลียของรุ่นพี่หน้าสวยยังคงไม่ละจากเขาไปไหน มันทำให้คยูฮยอนรู้สึกอึดอัด... อึดอัดจนน้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้...
“โอ๋ๆ อย่าร้องไห้สิ” มือเรียวเคลื่อนมาประคองใบหน้ารุ่นน้องไว้แล้วจูบแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม “ไม่เป็นไรนะ... ไม่เป็นไร...”
“ฮึก... ฮยอง... เห็นหมดแล้ว...”
“ยังซะหน่อย” ริมฝีปากยังคงคลอเคลียข้างแก้มในขณะที่มือเลื่อนลงไปยึดชายเสื้อยืดสีเข้มของรุ่นน้องไว้แล้วค่อยๆถลกขึ้น
“อย่านะ!” คยูฮยอนรั้งมันไว้ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามดึงมันขึ้น ฮีชอลยอมปล่อยมือจากเนื้อผ้าหากแต่เปลี่ยนไปสัมผัสเนื้อเนียนที่อยู่ภายใต้นั้นแทน ถึงแม้คยูฮยอนจะคอยปัดป่ายแต่สุดท้ายสัมผัสร้อนๆจากมือรุ่นพี่ก็เคลื่อนขึ้นไปถึงหน้าอกแบนเรียบจนได้ นิ้วยาวค่อยๆสัมผัสจุดอ่อนไหวของรุ่นน้องอย่างแผ่วเบาผิดกับริมฝีปากที่เริ่มดูดดึงกลีบเนื้อของอีกคนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงอีกคนครางอย่างพอใจฮีชอลจึงถือโอกาสกระตุกเสื้อขึ้นออกจากศีรษะคยูฮยอนอย่างรวดเร็ว ถึงแม้อีกฝ่ายจะออกแรงขืนบ้างแต่ในที่สุดรุ่นน้องก็เป็นฝ่ายแพ้อยู่วันยังค่ำ...
ฮีชอลละใบหน้าออกมาจากซอกคออีกฝ่ายเพื่อมองร่างกายที่เปลือยเปล่าของรุ่นน้องด้วยรอยยิ้ม รี้ว่าสายตาแบบนั้นของตนเองต้องทำให้คยูฮยอนรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน แต่ทำยังไงได้ ตอนนี้เขากำลังเพลิดเพลินกับการเล่นบทหมอบำบัดอาการให้รุ่นน้องตรงหน้าอยู่
“มานี่มา” ออกแรงฉุดตัวคนที่กำลังสะอึกสะอื้นให้มายืนหน้ากระจกแต่งตัวบานสูง คยูฮยอนเบิกตาโพลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างเปลือยเปล่าของตนเองที่แดงก่ำไปด้วยอารมณ์กำลังถูกซ้อนทับด้วยรุ่นพี่ฮีชอลที่ยังไม่มีเสื้อผ้าหลุดออกจากตัวแม้แต่ชิ้นเดียว
“นายเลิกรังเกียจร่างกายตัวเองได้แล้วนะ” พูดพลางงับใบหูรุ่นน้องเบาๆในขณะที่มือเรียวลูบไล้บริเวณหัวใจอีกฝ่ายเลื่อนลงไปถึงหน้าท้อง
“แผลพวกนี้…” นิ้วเรียวลากผ่านแผลเป็นดุนนูนแผ่วเบา “ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับนาย... แม้กระทั่งกับซีวอนด้วย... เด็กคนนั้นรักนายมาก... แต่นายกลับทำร้ายคนรักตัวเองโดยการปิดตาไม่ให้มันเห็นสิ่งที่สวยงามแบบนี้หน่ะหรอ... ซีวอนก็เป็นน้องรักของฉัน ฉันไม่ยอมให้หมอนั่นต้องทรมานต่อไปหรอกนะ...”
“ฮยอง...”
“ลืมตาขึ้นมาสิ มองให้ชัดๆว่าร่างกายมันไม่ได้น่ารังเกียจตรงไหนเลย” คยูฮยอนยอมลืมตาขึ้นมองภาพในกระจกอีกครั้ง ตัวเขาในสภาพยืนไม่อยู่กำลังหอบหายใจโดยใช้ร่างกายฮีชอลเป็นหลักยึด มือเรียวของอีกคนปะป่ายไปทั่วร่างกายเขาในขณะที่อีกข้างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ปลุกปั่นอารมณ์ของเขาให้เกิดขึ้นอีกครั้ง คยูฮยอนเชิดหน้าขึ้นก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“ฮีชอลฮยอง...”
“หืม?”
“ข้างล่าง... ของฮยอง...”
“ช่างมันเถอะ”
“แต่...”
“แล้วนายจะให้ทำยังไง”
คยูฮยอนไม่ตอบหากแต่บดเบียดสะโพกไปกับความร้อนที่มีกางเกงยีนส์ของอีกฝ่ายเป็นเครื่องขวางกั้น ฮีชอลจูบไล่ที่ไหล่เนียนของอีกฝ่ายก่อนจะเอื้อมมือไปรูดซิปกางเกงตัวเอง
“ถ้ามันจะช่วยนายได้มากขึ้นล่ะก็...”
.
.
.
คยูฮยอนปรือตามองภาพในกระจกด้วยหัวใจเต้นแรง เขากำลังยืนอยู่กลางห้องแต่งตัวร้างผู้คน ขาเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นวางพาดบนเก้าอี้ในขณะที่อีกข้างแทบไม่มีแรงยืน แต่ที่ยังทรงตัวอยู่ได้เพราะรุ่นพี่หน้าสวยที่ตระกองกอดซ้อนทับอยู่ข้างหลัง ถึงแม้แรงขยับจะทำให้ภาพตรงหน้าเบลอไปเป็นช่วงๆแต่ร่างโปร่งยังคงจ้องตากับตัวเองในกระจกตามคำสั่งของฮีชอลอยู่
“ฉันรู้นะว่านายแอบอิจฉารูปร่างหน้าตาของพี่ๆคนอื่นมาตลอด... แต่เห็นหรือยัง... คนที่ควรจะอิจฉาไม่ใช่นายหรอกนะ...”
คยูฮยอนพยายามพยักหน้ารับทั้งที่สติแทบไม่เหลืออยู่กับตัว ผิวเนียนละเอียดของฮีชอลกำลังแนบชิดกับผิวของเขา มือเรียวสวย นิ้วยาว กำลังกอบกุมความรุ่มร้อนของตัวเขาอยู่ ในขณะที่ความรุ่มร้อนของรุ่นพี่กำลังเคลื่อนไหวเติมเต็มความปรารถนาของทั้งสองฝ่าย
“ฮีชอลฮยอง…”
“อะไร?”
“แรงอีก... ได้มั้ย...?”
ฮีชอลขยับลึกและเร็วจนคนเป็นน้องร้องออกมาเสียงดัง คยูฮยอนหอบหายใจถี่ๆเพราะความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นจนเกือบระเบิด แต่จู่ๆรุ่นพี่ก็ถอนตัวออกมารวดเดียวแล้วหันหลังเดินไปอีกฝั่งของห้อง
“ฮยอง!”
“มานี่สิ…” ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาข้างหน้าต่าง ใบหน้าสวยยกยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว คยูฮยอนพาร่างที่แทบยืนไม่ไหวไปทางโซฟาที่รุ่นพี่นั่งอยู่ก่อนจะกดตัวลงทาบทับอีกฝ่าย ยังไม่ทันได้ขยับก็ต้องกลืนน้ำลายช้าๆเพราะตอนนี้เขาทั้งสองกอดก่ายกันอยู่ข้างหน้าต่างที่เปิดออกไปสู่ลานจอดรถที่มีทีมงานเดินเข้าออกกันขวักไขว่ “...กลัวใครมองขึ้นมาเห็นหรือไง”
คยูฮยอนได้แต่หอบหายใจแทนคำตอบ รุ่นพี่เจ้าเล่ห์จึงแกล้งขยับสะโพกให้คนข้างบนครางออกมาเบาๆ
“มีคนมาเห็นก็ดี... จะได้รู้ว่าคยูฮยอนหายแล้ว...”
“ใคร... ว่า... ผมหาย...”
“ยอมอยู่ข้างบนให้ฉันเห็นไปหมดขนาดนี้... ยังไม่หายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว...”
คยูฮยอนกัดปากเพราะไม่รู้จะเถียงว่าอย่างไรดี รู้ดีว่าทั้งหมดนี่คงเป็นแผนของฮีชอล แต่สุดท้ายเขาเองกลับทำตามแผนนั้นอย่างเต็มใจ
“ขอบคุณนะครับฮยอง” ก้มลงไปกระซิบข้างหูก่อนจะเลื่อนมือมาเท้ากับไหล่อีกฝ่ายแล้วเริ่มขยับ ฮีชอลขยับมือตามจังหวะของรุ่นน้องไปพร้อมๆกัน คยูฮยอนเคลื่อนตัวขึ้นลงรัวเร็วจนเสียงเนื้อกระทบกับดังก้องห้องแต่งตัวอันเงียบเชียบ ร่างโปร่งร้องออกมาอย่างไม่ออมเสียงเมื่ออารมณ์ถูกฉุดขึ้นจนพุ่งสูง คนที่อยู่ข้างล่างเห็นดังนั้นจึงขยับตัวสวนขึ้นไปด้วย ฮีชอลขยับมือรัวเร็วเมื่อรู้สึกว่าอีกคนกำลังร้อยรุ่มจนแทบระเบิด คยูฮยอนกดน้ำหนักลงแรงๆก่อนจะปลดปล่อยอารมณ์ออกมาอีกครั้งหนึ่ง หากแต่คนเป็นพี่ยังไม่หยุดแค่นั้น มือเรียวสวยยึดเนื้อเนียนละเอียดบริเวณเอวของอีกฝ่ายแน่นจนน่ากลัวว่าจะเป็นรอยแดงฮีชอลขยับสะโพกสวนขึ้นไปจนอีกฝ่ายแทบหยุดหายใจก่อนทุกอย่างจะระเบิดออกมาบ้าง
คยูฮยอนทิ้งตัวลงทาบทับรุ่นพี่อย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งสองคนนอนกอดกันรอให้จังหวะลมหายใจทั้งคู่กลับมาเป็นปกติ ผิวกายเนียนนุ่มที่ไม่รู้ว่าใครขาวกว่าสัมผัสแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง เช่นเดียวกับใบหน้าที่ไม่รู้ว่าใครหวานกว่าที่กำลังผินมาหากันเพื่อมอบจุมพิตอันยาวนาน
“จำไว้นะ...” คนเป็นพี่พูดพลางดูดดึงริมฝีปากล่างของคนเป็นน้องอย่างหยอกเย้า “ถ้าฉันไม่อยู่... ก็ต้องเป็นนาย...”
.
.
.
บรรยากาศที่หลังเวทีหลังจบคอนเสิร์ตซุปเปอร์โชว์สี่ดูวุ่นวายเกินไปสำหรับผู้หญิงธรรมดาๆอย่าง โจ อารา ร่างบอบบางของหญิงสาวชะเง้อคอมองหาน้องชายของตัวเองท่ามกลางผู้คนมากมาย เมื่อหาไม่เจอจึงถอดใจกอดช่อดอกไม้ไว้แนบอกแล้วหันหลังทำท่าจะเดินไปรอน้องชายที่มุมหนึ่ง แต่แล้วแรงสะกิดที่ต้นแขนก็เรียกให้เธอหันไปอีกครั้ง
“อ้าว ซีวอน” ทักทายเพื่อนร่วมวงของน้องชายอย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะสวมกอดร่างใหญ่เบาๆเป็นมารยาท “ยินดีด้วยนะ คอนเสิร์ตครั้งที่สี่แล้ว”
“ครับ ครับ” ร่างสูงเกาท้ายทายแก้เก้อ รู้ดีถึงความหมายของการกระทำของหญิงสาว รอยยิ้มนั่นเพื่อทักทายเขาในฐานะเพื่อนร่วมวงของน้องชาย ส่วนอ้อมกอดนั่น ...มีไว้เพื่อทักทายน้องเขย “เป็นไงครับคอนเสิร์ตครั้งนี้ สนุกมั้ย”
“ได้เห็นคยูฮยอนทำอะไรแปลกๆบ้างก็ตลกดีนะ ว่าแต่หลังๆมาดูไอ้ตัวแสบมันกล้าขึ้นนะ ไปทำอีท่าไหนล่ะ”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตั้งแต่เริ่มโปรโมตอัลบั้มสี่น้องก็ดูร่าเริงขึ้น กล้าขึ้น ...แล้วก็ดูเหมือนว่าจะหายแล้วด้วย” หางเสียงเบาลงอย่างไม่แน่ใจ ซีวอนรู้ดีว่าคยูฮยอนสนิทกับพี่สาว แต่ชายหนุ่มก็ไม่แน่ใจนักว่าโจ อารา จะรู้เรื่องนี้หรือยัง
“หาย? หมายความว่ายังไง?”
“พวกที่อยู่ที่หอบอกว่าเดี๋ยวนี้น้องถอดเสื้อเดินโทงๆที่หอเหมือนคนอื่นเป็นเรื่องปกติแล้ว แล้วก็...” นิ่งไปสักพักเพราะเกือบหลุดปากเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป “เอ่อ... ก็แค่นั้นแหละครับ…”
หญิงสาวหัวเราะคิกคักเพราะเข้าใจว่าคนรักของน้องชายกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร
“อื้ม... หายก็ดีแล้ว...”
“งั้นนูนาจะไม่บอกคยูฮยอนใช่มั้ยครับ”
“หืม... บอก?”
“เอ่อ... เรื่องนั้น...”
.
.
.
“อ๋อ... เรื่องที่ว่าซีวอนคือเด็กที่ทำให้คยูฮยอนอับอายในงานเลี้ยงเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้วใช่มั้ย?”
หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก ก่อนจะช้อนตามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ทำให้ซีวอนขนลุกทุกครั้งเพราะมันถอดแบบจากคยูฮยอนมาเปี๊ยบ
.
.
.
“กุชชี่คอลเลคชั่นใหม่สวยจัง ซีวอนเห็นหรือยังเอ่ย?”
END?
แถม
“เอ้อ ซีวอน ว่าแต่หลังๆมานี่คยูฮยอนสนิทกับฮีชอลโอปป้าหรอ”
“ไม่นี่ครับ ทำไมหรอ?”
.
.
.
“ก็เห็นเวลาฮีชอลโอปป้าได้วันพักทีไร ไอ้ตัวแสบมันส่งข้อความมาบอกทุกทีว่าจะใช้คอนโด สงสัยคงสังสรรค์กันแหละเนอะ ...ดื่มเก่งทั้งคู่”
จบเหอะ